Aug 02

มือใหม่หัดแต่งหน้าต้องมีอะไรบ้าง

               6.1

เมื่อวานนั่งคุยกับน้องสาว หลังจากเธอเรียนจบก็เริ่มออกหาบริษัทที่จะสมัครงาน ฉันเลยบอกเธอว่าเวลาไปสมัครงานก็แต่งตัวดีๆ หน่อยนะ ความประทับใจในครั้งแรกเป็นสิ่งสำคัญ เสื้อผ้าก็เอาแบบสุภาพ แต่งหน้าแบบใสๆ ไม่ต้องเยอะ เดี่ยวจะดูแกและไม่ถูกกาละเทศะ เธอเลยอยากให้ฉันไปช่วยเลือกอุปกรณ์แต่งหน้า เครื่องสำอาง แบบสำหรับคนที่เพิ่งหัดแต่งหน้าใหม่ๆ แบบเธอหน่อย เธอไม่แน่ใจว่าต้องมีอะไรบ้าง เลยคุยกันว่าจะไปเดินห้าง แต่ลองหาข้อมูลดูก่อนก็ได้นะว่าพื้นฐานเราต้องมีอะไรบ้างเป็นข้อมูลเบื้องต้น เดียวถ้าไม่แน่ใจอะไรถามพี่ๆ พนักงานที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางก็ได้เค้าคงช่วยแนะนำ
เมื่อไปถึงเราพุ่งตรงไปยังเคาน์เตอร์แบรนด์ที่เราสนใจให้พี่แนะนำซึ่งพี่ๆ ก็ใจดีช่วยแนะเครื่องสำอางพื้นฐานชิ้นหลักที่สำคัญ
แต่พี่เค้าบอกว่าไม่ใช่สูตรสำเร็จตายตัวไม่จำเป็นว่าต้องมีทุกอย่าง เลือกเอาแบบที่เหมาะตัวเอง

  • ชิ้นแรกรองพื้น เพื่อให้ผิวหน้าเรียบเนียน เตรียมพร้อมสำหรับการแต่งหน้าในขั้นตอนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นรองพื้นแบบน้ำ เนื้อครีม หรือเนื้อมูส แต่ถ้าสาวคนไหนมีผิวหน้าดีอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องใช้รองพื้นก็ได้ค่ะ
  • แป้งฝุ่น แบบโปร่งแสงหรือเนื้อบางเบา เพื่อไม่ให้หนักหน้าจนเกินไป หรืออาจเป็นแป้งผสมรองพื้นพกพาไว้เติมระหว่างวัน
  • ดินสอเขียนคิ้ว คิ้วเป็นเสมือนกรอบหน้า ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูดีขึ้น สำหรับคนที่มีคิ้วอยู่แล้วคงไม่มีปัญหา
    แต่สำหรับสาวไร้คิ้ว ดินสอเขียนคิ้วช่วยไม่ให้หน้าดูโล้นค่ะ อุปกรณ์เขียนคิ้ว ได้แก่ ดินสอเขียนคิ้ว หรือ พาเล็ทเขียนคิ้วแบบฝุ่น อย่าลืมเลือกใช้สีที่เข้ากันกับสีผม
  • อายไลเนอร์ เป็นสิ่งที่มือใหม่หัดแต่งหน้าให้ความสนใจมากที่สุด กรีดอายไลเนอร์ยังไง? ยี่ห้อไหนไม่แพนด้า? อายไลเนอร์มีให้เลือกเยอะมากมายเหลือเกินทั้งแบบดินสอ ลิควิด แบบเจล แบบไหนที่เหมาะกับการใช้งานสำหรับมือใหม่ แนะนำให้ใช้แบบดินสอก่อน เพราะเนื้ออ่อนนุ่ม เขียนได้ถนัดมือมากกว่าและหากเขียนพลาดก็สามารถแก้ไขได้ง่ายกว่า
  • มาสคาร่า มาสคาร่าเป็นไอเท็มที่สำคัญสำหรับการแต่งหน้า เขียนขอบตาแต่ไม่ปัดมาสคาร่า ก็ดูเหมือนยังแต่งหน้าไม่ครบนะคะ
  • บรัชออน เลือกสีเบสิคอย่างสีชมพู หรือชมพูอมส้ม เข้ากับสีผิวคนไทย ช่วยให้พวงแก้มดูระเรื่อ สุขภาพดี
  • ลิปสติก/ลิปกลอส ก่อนอื่นต้องดูว่าเราชอบแต่งหน้าสไตล์ไหน ถ้าเป็นคนแต่งหน้าโทนเดียวแทบทุกวัน ให้เลือก “ลิปสติก” สีที่ชอบสีเดียวก็พอ แต่หากอยากเปลี่ยนลุคไปในแต่ละวันก็ซื้อลิปสติกแบบพาเล็ท เพราะมีจำนวนสีให้เลือกใช้เยอะ

ได้ฟังพี่ๆ ที่เคาน์เตอร์แนะนำทำให้เราได้ความรู้ขึ้นมาเยอะ พี่เค้าบอกว่าอาจฟังดูเยอะเราอาจเลือกแบบเป็นเช็ตก็ได้เพราะในเซ็ตจะมีครบทุกอย่างที่เราต้องการ แล้วยังแนะนำต่อว่าควรจะมีพวกอุปกรณ์แต่งหน้าเช่น แปลงต่างๆ ที่ดัดขนตา เป็นต้น
ฉันฟังแล้วหันไปบอกกับน้องสาวเสียตังค์อีกแล้วสิเรา อะซื้อให้ก็ได้ถือเป็นของขวัญสำหรับการเริ่มต้นวัยทำงาน ซื้อไปแล้วแต่งให้ดูด้วยละ

Aug 02

การทำความสะอาดอุปกรณ์แต่งหน้า

4.1

ผ้าเช็ดตัวนาโน ผ้าขนหนูนาโน ร้านนี้เลยจร้าาาา

ผ้าเช็ดตัวนาโน

                สาวๆ จ้า เคยสังเกตไหมว่าทำไมอยู่ๆ สิวถึงขึ้นแบบไม่มีสาเหตุ ทั้งๆที่กลับถึงบ้านก็รีบเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า เข้านอนแต่หัวค่ำ ดื่มน้ำเยอะๆ ก็แล้ว ระบบขับถ่ายก็ปกติ ฉันเองช่วงนี้อยู่ก็เป็นสิวแบบที่หาสาเหตุไม่ได้ พยายามหาสาเหตุอยู่นานก็หาไม่เจอไปหาหมอก็แล้ว กลับมาแต่งหน้าสิวก็กลับมาอีก ตอนแรกแอบคิดว่าแพ้เครื่องสำอางบางตัว ลองเปลี่ยนก็ยังไม่หาย เลยลองหยุดแต่งหน้าสักพัก ก็เริ่มดีขึ้น แต่เมื่อกลับมาแต่งหน้าสิวก็กลับมาอีก มีพี่ที่ทำงานแนะนำว่าลองล้างแปลง อุปกรณ์แต่งหน้าดู อาจเป็นเพราะแปลงแต่งหน้าไม่ได้ล้างนาน ฉันนั่งนึกก็จริงไม่ได้ล้างอุปกรณ์แต่งหน้ามาประมาณสองเดือนได้
เมื่อกลับถึงบ้านฉันจึงรวบรวม อุปกรณ์แต่งหน้า ทั้งหมดมา ทำความสะอาด ครั้งใหญ่ โดยเริ่มจากพัฟฟ์

  • แกว่งพัฟฟ์หรือฟองน้ำผ่านน้ำจนชุ่มทั่วแผ่น แล้วบีบเศษแป้งที่ติดอยู่บนพัฟฟ์ออกก่อน แช่พัฟฟ์ลงในน้ำอุ่น
    โดยในน้ำอุ่นให้ผสมสบู่เหลวแช่ประมาณ 10 นาที ใช้มือขยี้พัฟฟ์เบาๆ จนสะอาด ล้างออกด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง จากนั้นผึ่งลมให้แห้ง
  • แปรงสำหรับรองพื้น เทเบบี้ออยล์หรือน้ำมันมะกอกลงบนจานจุ่มแปรงแกว่งไปมาเพื่อให้สีของรองพื้นหลุดออกจากขนแปรง เทสบู่เหลวลงบนจาน และแกว่งแปรงไปมาอีกครั้ง ล้างออกด้วยน้ำสะอาด โดยใช้มือบีบขนแปรงเบาๆ ใช้ผ้าขนหนูซับเบาๆ ตามแนวขนแปรง แล้วนำไปผึ่งให้แห้ง
  • แปรงแต่งหน้า แกว่งแปรงแต่งหน้าวนในน้ำผสมสบู่ในลักษณะทวนเข็มนาฬิกา ล้างออกในน้ำสะอาดด้วยวิธีวนทวนเข็มนาฬิกา จากนั้นใช้ผ้าขนหนูซับเบาๆ

ทุกอย่างต้องผึ่งให้แห้งดีก่อนที่จะนำมาใช้นะคะ การล้างอุปกรณ์แต่งหน้าถือเป็นเรื่องสำคัญมาก อาจมีสิ่งแปลกปลอม เช่น
ไรฝุ่น ซุกซ่อนอยู่ในขนแปรงอันสกปรก ซึ่งแปลงแต่งหน้าจะสกปรกได้ง่าย เพราะเวลาที่เราใช้ทุกๆ วัน เครื่องสำอางจะตกค้างอยู่กับขนแปลง เมื่อสะสมไปนานๆ ก็เกิดเป็นเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เมื่อเรานำมาใช้กับผิวหน้าเราซึ่งค่อยข้างบอบบาง ทำให้เกิดการอักเสบเป็นสิวได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วเราควรจะทำความสะอาดอุปกรณ์แต่งหน้าของเราอย่างน้อยที่สุดแล้ว เดือนละสองครั้งเป็นอย่างต่ำนะจ้ะ หลังจากนั้นฉันก็กลับมาแต่งหน้าอีกครั้ง สิวที่เป็นก็ค่อยๆหายไปจากหน้าแล้วก็ไม่ขึ้นใหม่ สรุปว่า
ที่ฉันเป็นสิวเพราะอุปกรณ์แต่งหน้าเหล่านี้นี่เอง ต่อแต่นี้ไปฉันถึงกับสัญญากับตัวเองว่าจะล้างแปลงแต่งหน้าทุกอาทิตย์ ดีกว่าปล่อยให้หน้าเป็นสิว ต้องไปหาหมอ ต้องรักษาแผลเป็นหลังสิวหาย ซึ่งเป็นอะไรที่ยากมากๆ แล้วคุณละสำรวจดุว่าล้างอุปกรณ์แต่งหน้าครั้งสุดท้ายเมื่อไร

Save

Aug 02

การแต่งหน้าของผู้หญิงแต่ละยุคสมัย

2.2

ระหว่างเวลาว่างๆ ฉันมักจะเล่นอินเตอร์เน็ตหาอะไรอ่านไปเรื่อยๆ นอกจากช่วยค่าเวลาแล้ว ยังช่วยให้ได้ความรู้เพิ่มเติม บางอย่างที่เราไม่เคยรู้ก็จะได้ บางอย่างรู้แล้วถึงกับอุทานกับตัวเองว่ามีแบบนี้ด้วยเหรอ  วันนี้ก็เช่นกันฉันนั่งอ่านไปเรื่องๆ ก็ไปเจอเรื่องน่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องเกี่ยวกับเทรนด์การแต่งหน้าของสาวในแต่ละยุค ไม่ว่ายุคสมัยไหนขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นเรื่องธรรมดา ลองดูเทรนด์แต่งหน้าของสาวๆ สมัยก่อนตั้งแต่ในอดีต ต้องบอกเลยว่า
เทรนด์แต่งหน้าในยุคสมัยนั้นแตกต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง เช่น สาวรัสเซีย ย้อนหลังไป 100 ปี ซึ่งเทรนด์การแต่งหน้าแต่งตัวของสาวรัสเซียเอง ก็มีเรื่องเล่าความสวยงามที่อิงประวัติศาสตร์ และการเมืองในแต่ละยุคแต่ละสมัย หลายๆ แบบก็ยังเป็นสไตล์ที่เราเอามาประยุกต์แต่งสวยได้ในชีวิตประจำวัน เช่น ยุคแรก 1910 ก็จะแต่งหน้าแบบสวยธรรมชาติแก้มชมพูระเรื่ออ่อนๆ กับริมฝีปากใสใส หรือยุค 1980 สาวๆ ปาร์ตี้ รักดนตรี ก็จะสวยแซ่บแบบเฮ้วๆ จัดจ้านด้วยการแรเงาบรัชออนขึ้นให้รูปหน้ามีมิติ

มาดูความงามแบบสาวกรีกบ้าง ซึ่งจะงามต้องมีขนที่หว่างคิ้วยาวเชื่อมกันหากสาวไหนไม่มี ต้องติดขนหว่างคิ้วปลอมที่ทำจากขนสัตว์ถึงจะเรียกได้ว่าคนงามของจริง และจะไม่แต่งหน้าเลยเน้นงานผิวธรรมชาติ

หรือเกอิชาของญี่ปุ่น การแต่งหน้าแบบเกอิชา แต่ไม่ใช่ว่าเห็นจากการแต่งหน้าของผู้หญิงทั่วๆ ไปนะ แต่จะเห็นได้จากผู้หญิงที่เชี่ยวชาญด้านศิลปะ ร้องเพลง เล่นดนตรี เต้นรำ และเอกลักษณ์ของเธอก็คือจะต้องทาหน้าและผิวด้วยรองพื้นสีขาวแทบทั้งตัว ยกเว้นที่หลังคอ ในปีแรกเกอิชาจะทาลิปสติกสีแดงแค่ที่ปากล่าง ส่วนเกอิชาที่ฝึกฝนจนสมบูรณ์แล้วจะทาปากสีแดงจู๋ พร้อมทั้งเขียนขอบตาบนด้วยผงถ่านและขอบตาล่างสีแดง เรียกว่าเป็นการแต่งหน้าที่มีซับซ้อนแล้วใช้เวลานานมาก เป็นต้น

ทีนี้มาดูสาวไทยในแต่ละยุคของเรามีเทรนด์การแต่งหน้าตามยุคสมัยโดยอิงประวัติศาสตร์แบบอย่างไรกันบ้าง
พบว่าในยุครัตนโกสินทร์ตอนกลางความเจริญจากชาติตะวันตกเริ่มเข้ามามีอิทธิพลในสังคม รวมถึงการแต่งหน้าแต่งกายในสมัยนั้นด้วยผู้หญิงไทยในสมัยนั้นเริ่มที่จะแต่งหน้า ตามชาติตะวันตกมากขึ้น จากที่ก่อนหน้านั้นผู้หญิงไทยจะใช้ดินสอพอง แป้งร่ำ ในการผัดหน้า ใช้กระดาษลิ้นจี่ทำให้ปากแดงระเรื่อ สาวไทยก็เริ่มวิวัฒนาการมาใช้เครื่องสำอางที่นำเข้า
จากต่างประเทศ การแต่งหน้าของคนในยุคนั้น จะผัดหน้าแต่พองาม ไม่นิยมแต่งหน้าจัดตามความเชื่อของคนในยุคนั้นที่ว่าผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดเป็นผู้หญิงหากิน แต่ต่อมาค่านิยมนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปทำให้ผู้หญิงเริ่มแต่งหน้าจัดขึ้น

หลังจากนั่งอ่านข้อมูลเหล่านี้ทำให้ฉันเห็นว่าการแต่งหน้าของสาวๆ ไม่ว่าจะเป็นชาติไหน ย่อมผูกพันเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต
ในแต่ละช่วงเวลาแต่ละยุคสมัยก็มีการใช้ชีวิตแตกต่างกันไป แต่ที่เห็นได้ชัดคือสาวๆ เราไม่ว่าจะมีชีวิตสนุกสนาน หรือ ลุยงานกันขนาดไหนก็ตามแต่เราก็ยังไม่เคยหยุดแต่งสวยกันเลยสักทีเนอะๆ

Aug 02

Night look แต่งหน้าให้สวยไปงานปาร์ตี้ให้เกิดกันเถอะ

1.1

                เธอๆ เพื่อนสาวส่งเสียงเรียกฉันในช่วงบ่ายระหว่างที่ฉันนั่งพิมพ์งานอย่างเพลิดเพลิน ฉันหันไปตามเสียงเรียกถามเจ้าของเสียงว่ามีอะไรหรือ เพื่อนสาวบอกฉันว่า คืนนี้ไปปารตี้กันเปล่า เนี่ยอีกคนหนึ่งชวนบอกให้มาชวนเธอด้วย ฉันคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบตกลง แล้วถามว่ามีใครจองร้านหรือยัง จะไปแถวไหนกันดี แล้วดูชุดดิไหวปะ? เพื่อนสาวบอกกับฉันว่าเดี่ยวไปแวะบ้านเธอซึ่งเป็นทางผ่านร้านที่จะไป ให้ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าใส่ของเธอก่อน จะได้แต่งหน้าใหม่ด้วยให้เข้ากับการไปปาร์ตี้ เพราะในแต่วันที่มาทำงานพวกเราแทบไม่แต่งหน้ากันเลย มีแต่งมาก็แค่ทาปาก ปัดแก้มเบาๆ พอตกบ่ายก็หลุดซีดกันหมดแหละเหลือเค้าที่แต่งหน้ามาตอนเช้าเลย

ฉันตอบโอเคตกลงตามนั้นแล้วก็หันมานั่งพิมพ์งานต่อไป จนได้เวลาเลิกงานพวกเราเก็บของรีบออกจากสำนักงาน ระหว่างอยู่ในรถก็คิดนะว่าจ่แต่งหน้าลุคไหนดี ชุดแบบไหน คือชุดกับการแต่งหน้าต้องเข้ากันนะ ฉันหันไปบอกเพื่อนสาวไหนๆ ก็นานทีจะออกไปปาร์ตี้กันขอจัดเต็มนะจ้ะ เพื่อนสาวบอกจัดให้ เมื่อไปถึงบ้านเลยรีบอาบน้ำเธอหาเสื้อผ้าให้ฉัน พร้อมกับแต่งหน้าให้ฉัน ซึ่งเธอบอกว่าไปงานปารตี้กลางคืนต้องแต่งหน้าจัดๆ นิ้ดนึงแต่ต้องออกมาดูดี ไม่เวอร์ไม่วอก
ซึ่งระหว่างแต่งหน้าไปเธอก็พูดไปสอนฉันแต่งหน้าไปในตัวโดยอันดับแรกเริ่มที่

  1. ทุกครั้งก่อนจะแต่งหน้าเราต้องเตรียมผิวให้พร้อมโดยการทำความสะอาดผิวก่อน แล้วลงครีมบำรุง
  2. เมื่อลงครีมบำรุงเสร็จแล้ว ก็ลงรองพื้น หากมีรอยแผลสิวหรือใต้ก็ลงคอนซีลเลอร์เพื่อปกปิดริ้วรอย
  3. เธอบอกจุดสำคัญของปารตี้ลุคมักจะเป็นดวงตา หรือไม่ก็ปาก แต่คืนนี้เราจะแต่งให้ตาคมให้เข้ากับชุดที่เลือกไว้ โดยการเขียนตาให้คมนั้น สิ่งสำคัญคืออายไลเนอร์ โดยการเขียนจากตรงกลางเปลือกตาบนแล้วลากไปทางหางตากะระยะไม่ให้ยาวเกินไป จากนั้นค่อยๆ ใช้ดินสอเขียนหัวตาด้านบน ส่วนขอบตาด้านล่าง ให้เขียนจากหางตาเข้ามากึ่งกลางตา ส่วนหัวตาก็ให้ใช้อายไลเนอร์สีขาวมุกเขียน เพิ่มความคมเข้มด้วยเขียนอายไลน์เนอร์สีดำ
    ตรงหัวตา
  4. เมื่อเขียนตาเสร็จแล้วก็ตามด้วยการปัดมาสคาร่า โดยการปัดแบบซิกแซกจะทำให้ขนตาดูหนาขึ้น เมื่อปัดบน ล่างครบทั้งสองข้างแล้ว ก็อาจปัดซ้ำอีกครั้ง เพื่อเพิ่มความหนา แต่ไม่ควรเกินสองรอบ ไม่อย่างนั้นจะดุหนาเกินไปขนตาจะจับเป็นก้อนไม่สวย
  5. เมื่อจากตา ส่วนอื่นๆ ก็ปกติเลยเขียนคิ้วให้ได้รูปลองเลือกใช้สีน้ำตาล ปัแก้มแบบใส่ๆ ส่วนปากอาจใช้เป็นสีชมพุอ่อนๆ ไม่ต้องทาสีปากเข้มมากไม่เช่นนั้นจะไปแย่งซีนดวงตาคมๆ ที่อุตสาห์เขียนมา คราวนี้ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนของการแต่งหน้า

ฉันรีบหันไปมองกระจก ไม่อยากจะเชื่อว่าคนในกระจกนั้นเป็นตัวฉันเอง ถึงกับอุทานออกมานี้ฉันหรือนี้ ต้องยอมรับว่าเพื่อนฉันคนนี้เธอมีฝีมือการแต่งหน้ามาก สามารถเปลี่ยนสาวหน้าจืดอย่างฉันให้กลายเป็นสาวคมเข้มได้ ปรบมือให้นางดังๆ

Aug 02

ข้อควรรู้สำหรับการจัดสวนเพื่อความสมบูรณ์แบบ

การจัดสวนแต่งบ้านอาจจะดูเป็นเรื่องสนุก แต่บางครั้งมันก็เต็มไปด้วยเรื่องซับซ้อน แถมพื้นที่กว้างๆ บริเวณหน้าบ้านอาจจะดูไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับมือใหม่ว่าจะเริ่มจัดจากมุมไหม และจัดอย่างไรให้มันดูสวยเหมือนที่ตัวเองคาดหวังไว้ การจัดสวนของบ้านแต่ละหลังไม่มีกฏตายตัวหรือมาตรฐานใดๆ เพราะด้วยรูปแบบของตัวบ้านที่แตกต่างกัน

ทำให้การจัดสวนมีสไตล์ที่ต่างกันออกไปด้วย อีกทั้งยังต้องขึ้นอยู่กับความพึงพอใจตามความต้องการของเจ้าของบ้านด้วย แต่ด้วยพื้นฐานการออกแบบที่ดี เรามีคำแนะนำที่เป็นข้อมูลเอาไว้เพื่อการออกแบบให้เพื่อนๆ ได้ลองนำเอาไปปรับใช้เพื่อช่วยให้สวนของตัวเองมีเสน่ห์และสมบูรณ์แบบมากขึ้นได้ค่ะ

จัดสวนให้อยู่ภายใต้ความสมดุล

ไม่ว่าจะส่วนรูปแบบสไตล์ไหน ความสมดุลเป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง การจัดสวนที่ดีต้องมององค์รวมทั้งตัวบ้านและความกว้างใหญ่ของสวน ความลงตัวที่พอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไปจะช่วยสร้างบรรยากาศความผ่อนคลาย บางบ้านที่มีต้นไม้รกมาก โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ ก็อาจจะทำให้บ้านถูกบดบังและอดที่จะอวดโชว์ความโดดเด่นของตัวบ้านได้ หรือบางบ้านก็มีเพียงแค่ส่วนของสนามหญ้าสีเขียวๆ และต้นไม้พุ่มกระจัดกระจายตัวอย่างไม่มีเรื่องราว แบบนี้ก็ทำให้บ้านดูไร้ชีวิตชีวา และเหมือนการเสแสร้งเพื่อให้เกิดความร่มรื่นมากเกินไปอีกด้วย ทางเลือกที่ดีหากเลือกสไตล์แต่งส่วนชนิดใดชนิดหนึ่งก็ควรเลือกการตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ที่เกี่ยวข้องไปทั้งหมดเลย หรือหากต้องการผสมผสานระหว่างสองสไตล์ก็ควรเลือกให้อยู่ในอัตราส่วนแบบ 70 ต่อ 30 จะดีกว่า ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศที่สวยงามและดูน่าสนใจได้มากกว่า

เลือกรูปแบบของสวนที่ใช่

สวนมีหลากหลายสไตล์ให้เราได้เลือกสรรได้ตัวเอง แต่เมื่อมันมีมากขนาดนั้น ทำให้มือใหม่ต้องปวดหัวเพราะไม่รู้ว่าจะสร้างสรรค์ผลงานที่เข้ากับตัวบ้านได้อย่างไร โดยทั่วไปหลักในการเลือกให้คำนึงถึง “ความชอบ” ของตัวเองเป็นหลัก เพื่อจะได้สร้างบรรยากาศที่เหมาะสม ให้เราได้วางแผนการจัดวางต้นไม้ได้ง่ายมากขึ้น ทั้งนี้อย่าลืมดูลักษณะของบ้านด้วยว่าออกมาในสไตล์ไหน เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงที่เข้ากันได้ระหว่างบ้านและสวนอย่างสวยงามและลงตัว ส่วนสุดท้ายก็อย่าลืมมองไปที่สภาพแวดล้อมรอบๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เพาะปลูก แสงแดดและน้ำ เพื่อให้พันธุ์ไม้ที่เลือกนำมาปลูกนั้นเติบโตได้อย่างสวยงามและสมบูรณ์แบบ

3.1

อย่าลืมเติมไอเดียเข้าไป

การจัดสวนที่ดีคือการสร้างบรรยากาศที่ไม่ซ้ำใคร อย่ากลัวที่จะแหวกกฏเกณฑ์การตกแต่งออกมาจากเดิมด้วยการสร้างสรรค์ความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ซึ่งจะช่วยทำให้สวนของเราดูแปลกตาและมีสีสัน ทางที่ดีลองวาดภาพจินตนาการสวนที่ต้องการไว้ในหัว ร่างลงบนแผ่นกระดาษ แล้วค่อยลงมือแต่งเติมให้ได้เท่าที่จะเหมือนได้ หรือหากใครไม่มั่นใจก็ลองใช้วิธีถ่ายภาพมุมสวนที่ต้องการ แล้วนำเอาต้นไม้ที่อยากตั้งมาตัดต่อวางลงไปดูคร่าวๆ ว่าเข้ากันดีไหม เพื่อความชัวร์ จะได้ไม่ต้องเสียเที่ยวเสียเวลาในการลงมือทำ

เพียงเท่านี้การจัดสวนก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายที่เพื่อนๆ สามารถลงมือทำได้ด้วยตัวเอง เมื่อเสร็จแล้วเราก็จะได้มีสวนสวยๆ ในสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร เอาไว้พักผ่อนในวันหยุดให้หายเหนื่อยกันได้แล้วล่ะค่ะ

3.2

Aug 02

ผนังเบาคืออะไร? ข้อควรรู้เอาไว้กับการเลือกวัสดุสำหรับสร้างบ้าน

2.1

เมื่อพูดถึง “ผนังเบา” หลายคนอาจจะรู้สึกงงๆ ว่ามันคือผนังชนิดไหนกัน หากจะอธิบายกันแบบยืดยาวสักหน่อย ผนังชนิดนี้เป็นผนังที่ไม่จำเป็นต้องมีคานมารองรับเหมือนเช่นการก่อผนังแบบอื่น เนื่องด้วยน้ำหนักที่ไม่มากเกินไป ซึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 30-40 กิโลกรัมใน 1 ตารางเมตร ส่วนใหญ่นิยมเลือกใช้เป็นผนังสำหรับกั้นภายในบ้าน มีบ้างที่นำไปใช้นอกอาคาร มีความหลากหลายในการใช้งาน ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับบ้าน เหมาะสำหรับการนำเอาไปใช้เป็นฉากกั้นห้องที่ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว ดังนั้นมันจึงเหมาะทั้งการนำไปออกแบบบ้านที่เพิ่งก่อสร้างใหม่ หรือจะใช้สำหรับการต่อเติมบ้านหลังเก่าก็ล้วนสะดวกสบายทั้งสิ้นค่ะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

อิฐมวลเบา…ไม่ได้เบาเหมือนผนังเบา

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดหยิบเอาความเบาของทั้งสองชนิดมารวมกัน เพราะอิฐมวลเบาต่างจากผนังเบาอย่างสิ้นเชิง อิฐมวลเบาอาจจะดูชื่อเหมือนเบา แต่ในความเป็นจริงระดับน้ำหนักของมันพอๆ กับอิฐมอญและอิฐทั่วๆ ไป โดยเฉพาะหลังจากที่มีการฉาบปูนแล้ว โดยส่วนใหญ่จึงนิยมใช้สำหรับการก่อสร้างผนังนอกบ้าน มีข้อดีตรงที่ช่วยป้องกันความร้อน เก็บเสียง และมีความแข็งแรงมากกว่า ส่วนผนังเบานิยมใช้ในบ้าน เพราะความเบาสมชื่อ ไม่จำเป็นต้องมีคานรองรับ จึงเหมาะสำหรับการนำเอามาใช้ต่อเติมภายในบ้าน มากกว่าการใช้นอกบ้าน ซึ่งความสามารถในการกันเสียง ความร้อนและความแข็งแรงมีน้อยกว่าอิฐมวลเบานั่นเอง

โครงสร้างสำหรับการขึ้นผนังเบา

ผนังเบาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีโครงสร้างแข็งแรงก่อน ทางที่ดีให้ใช้โครงคร่าวชนิดเหล็กชุบสังกะสีให้มีความหนาอย่างน้อย 0.55 มิลลิเมตร หน้าตัดอยู่ที่ประมาณ 52 x 30 มิลลิเมตรและใหญ่ประมาณ 94 x 30 มิลลิเมตร ส่วนตัวผนังเบาที่เป็นชนิดไฟเบอร์ซีเมนต์หรือจะเป็นแผ่นยิปซั่มควรมีความหนาที่ช่วยให้เกิดความแข็งแรงอยู่ที่ประมาณ 12 มิลลิเมตรเป็นอย่างน้อย ที่สำคัญตัวโครงคร่าวที่ใช้จะต้องมีความแข็งแรงเพื่อช่วยให้ผนังบ้านไม่เกิดการทรุดตัวหรือแตกร้าว

2.3

ผนังเบากับการใช้งานแขวนสิ่งของ

บางครั้งเราอาจจะจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของผนังเบาให้สามารถแขวนสิ่งของได้ ดังนั้นการเพิ่มความแข็งแรงให้กับมันเพื่อรองรับน้ำหนักที่มากได้อย่างไม่มีปัญหา ต้องเริ่มจากการวางโครงสร้างภายในของผนังเบาให้มีความคงทนแน่นหนา เสริมโครงคร่าวจากเดิมให้ถี่มากขึ้น จากปกติที่แนะนำทั่วไปคือ 60  เซนติเมตร ให้ถี่ขึ้นมาเป็น 40 เซนติเมตรหรือน้อยกว่านั้น ทั้งโครงคร่าวในแนวตั้งและแนวนอน เน้นเป็นพิเศษในบริเวณที่ต้องการใช้แขวนสิ่งของ ก็จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้งานของผนังเบาให้มากขึ้นได้

เพิ่มขีดความสามารถผนังเบาเพื่อบ้านอยู่สบาย

เนื่องจากผนังเบาไม่มีความสามารถในการกันร้อนและกันเสียงได้เทียบเท่ากับผนังทั่วไป เราจึงควรติดตั้งฉนวนกันความร้อนเอาไว้ในช่วงของการติดตั้งโครงคร่าว โดยแทรกฉนวนเข้าไปในช่องว่างที่เหลืออยู่ จากนั้นจึงตามด้วยการปิดผนังตามปกติ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผนังเบาให้บ้านน่าอยู่ มีอุณหภูมิที่ลดลงและสะท้อนเสียงดังจากภายนอกไม่ให้เข้ามารบกวน

หากเพื่อนๆ คนไหนสนใจก็ลองนำเอาผนังเบา ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีเพื่อการต่อเติมบ้านและการก่อสร้างที่สะดวกสบาย เหมาะสำหรับการก่อสร้างยุคใหม่ที่ไม่ต้องซับซ้อนและเสียเวลาอย่างในอดีต

Aug 02

มือใหม่เริ่มแต่งสวน กับการเลือกปลูกต้นไม้รอบบ้านให้น่าอยู่

1-garden

สวนสีเขียวสดเป็นส่วนหนึ่งที่ควรค่าอย่างยิ่งที่จะปลูกประดับเป็นร่มเงาให้แก่บ้าน ยิ่งใครมีบ้านเดี่ยวเป็นของตัวเองด้วยแล้ว ยิ่งกลายเป็นเรื่องน่าอิจฉาที่จะได้มีพื้นที่กลางแจ้งเอาไว้สำหรับการจัดแต่งสวนเพื่อการตกแต่ง เป็นมุมพักผ่อนสุดโปรดที่จะช่วยสร้างบรรยากาศความผ่อนคลายให้บ้านดูน่าอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันบ้านแบบทาวน์เฮ้าส์หรือคอนโดก็สามารถสร้างสวนมุมเล็กๆ เป็นที่พักผ่อนในพื้นที่จำกัดได้เช่นกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นการแต่งสวนสไตล์ไหน สิ่งที่มือใหม่ทุกคนควรรู้ก็คือการเลือกพันธุ์ไม้ให้เหมาะสม รู้จักการดูแลรักษา รวมไปถึงรู้จักการเลือกต้นไม้ที่ได้รับความนิยมด้วย จะช่วยให้บ้านดูมีเสน่ห์และโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

การเลือกต้นไม้ให้เหมาะสมกับตัวบ้าน

เมื่อต้องการปลูกต้นไม้ประดับบ้าน สิ่งที่เราควรคำนึงถึงมากที่สุดคือลักษณะของพันธุ์ไม้ที่นำมาเลือกใช้ ว่ามีความเหมาะสมกับตัวบ้านมากน้อยแค่ไหน ตั้งแต่สภาพของดิน สภาพอากาศ แสงแดดที่ส่องเข้ามา ทางที่ดีหากเป็นมือใหม่และยังไม่มีความรู้ในเรื่องของการดูแลต้นไม้ ควรเลือกพันธุ์ไม้ที่มีความแข็งแรง ดูแลง่าย สามารถทนสภาพอากาศได้ทุกฤดูกาล ยกตัวอย่างเช่น ลั่นทมพันธุ์ขาวพวง ซึ่งให้ความสวยงามและดูแลรักษาง่ายเป็นอย่างมาก รองลงมาคือ ต้นขนุน คูณ สาละลังกา ไปจนถึง จำปีและจำปาที่เป็นไม้หอม ช่วยส่งกลิ่นอ่อนๆ ให้แก่บ้านดูสดชื่น ที่สำคัญควรเลือกปลูกไม้ชนิดไม่ผลัดใบ จะช่วยให้ไม่ต้องมาคอยดูแลทำความสะอาดจากเศษใบไม้ที่ร่วงหล่นอีกด้วย

เมื่อต้องการเลือกซื้อต้นไม้ใหญ่ประดับบ้าน

สำหรับต้นไม้ใหญ่ เราคงไม่นิยมเลือกเพาะพันธุ์กันตั้งแต่เมล็ด เพราะมันจะต้องใช้เวลานานหลายปีหรืออาจจะเป็นสิบๆ ปีกว่าจะเติบโตขึ้นมาให้ร่มเงาแก่บ้านได้ ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือเลือกซื้อต้นไม้โตแล้วที่มีขายอยู่ตามท้องตลาด หลักการสังเกตง่ายๆ เพื่อให้ได้ต้นไม้ที่สมบูรณ์และไม่ถูกหลอก คือบริเวณตุ้มดินที่ห่อหุ้มส่วนรากเอาไว้มีรากดินแทรกตัวออกมาให้เห็นมาก ส่วนลำต้นด้านบนจะต้องมีใบสมบูรณ์อยู่ ไม่ใช่มีแค่ส่วนของกิ่งก้านเปล่าๆ โดยเฉพาะต้นที่มีใบแก่อยู่เยอะ จะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นในการแตกยอดใหม่ได้สูงขึ้น แต่ในบางกรณีที่ใบยังไม่มากพอ ให้สังเกตที่ตุ้มดินเป็นหลัก รองลงมาค่อยสังเกตที่ใบว่ามีแมลงหรือโรคอะไรที่จะทำให้ต้นไม้ตายได้หรือไม่ หลังจากนำมาแล้วควรปล่อยให้ต้นไม้แตกยอดเติบโตก่อนสักหน่อยในกรณีที่เป็นไม้ล้อม จากนั้นจึงค่อยนำลงปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ต่อไป

2-garden

การค้ำยันต้นไม้ในกรณีที่เพิ่งนำลงหลุม

สำหรับไม้ใหญ่ ในช่วงแรกที่รากยังไม่แทรกตัวลงดินได้ดีอาจจะทำให้เกิดความไม่มั่นคงและมีความเสี่ยงที่จะหักโค่นลงมาได้ การค้ำยันจึงเป็นทางเลือกที่จะช่วยให้ต้นไม้คงตัวอยู่ได้ต่อไปจนกว่ารากจะยึดลงดินอย่างแน่นหนา ในที่นี้มักจะค้ำยันเอาไว้ประมาณ 2-3 ปี สำหรับต้นไม้ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ส่วนต้นที่มีลำต้นใหญ่และสูงอาจจะต้องใช้เวลานานกว่านั้น ทว่าในปัจจุบันเพื่อเป็นการช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับสวน มีการใช้วิธียึดแบบใหม่ด้วยลวดสลิงเพื่อทำให้ต้นไม้ดูสวยงามและไม่ถูกบดบังด้วยไม้ค้ำยัน

การดูแลต้นไม้สำหรับมือใหม่อาจจะเป็นเรื่องยุ่งยากในช่วงแรก ทว่าหากเราค่อยๆ ทำความเข้าใจ ศึกษาพันธุ์ไม้แต่ละชนิดให้มากขึ้น เชื่อว่าไม่นานการจัดสวนจะกลายเป็นงานอดิเรกที่แสนสนุก ให้เพื่อนๆ ได้มีกิจกรรมพิเศษในวันหยุด อีกทั้งยังช่วยสร้างเสน่ห์ที่สวยงาม อบอวลไปด้วยสีเขียวของแมกไม้อย่างน่าอยู่อาศัยเลยทีเดียวค่ะ